การดูแลผิวพรรณด้วยน้ำหมัก

    Share

    หนูแดง
    สมาชิกทั่วไป
    สมาชิกทั่วไป

    จำนวนข้อความ: 387
    Join date: 08/06/2011
    ที่อยู่: เมืองขอนแก่น

    การดูแลผิวพรรณด้วยน้ำหมัก

    ตั้งหัวข้อ  หนูแดง on Sat Oct 15, 2011 11:19 am

    [size=18]Very Happy Very Happy หนูแดงใช้น้ำหมักของมะเขือเทศผสมน้ำผึ้งใช้บำรุงหน้า เช้า-ก่อนนอน จร้า santa flower แล้วคุณอู๊ดดี๋ และสมาชิกท่านอื่น [size=18]ใช้น้ำหมักชนิดไหนกันบ้างค่ะ เข้ามาร่วมแชร์การหน่อยค่ะ sunny bounce [/size][/size]

    thanita
    สมาชิกทั่วไป
    สมาชิกทั่วไป

    จำนวนข้อความ: 408
    Join date: 14/06/2011
    ที่อยู่: ปากช่อง นครโคราช

    Re: การดูแลผิวพรรณด้วยน้ำหมัก

    ตั้งหัวข้อ  thanita on Sat Oct 15, 2011 11:43 am

    เพิ่งปั่นรวมไป ก็มีขมิ้น หางจระเข้หมัก มะเฟือง มะเขือเทศ น้ำหมักมังคุด
    น้ำมะขามป้อมนิดหน่อย + น้ำมันมะรุม ค่ะ เอาไว้ล้างหน้า

    อู๊ดดี้
    สมาชิกทั่วไป
    สมาชิกทั่วไป

    จำนวนข้อความ: 775
    Join date: 08/05/2011
    ที่อยู่: เมืองขอนแก่น ดินแดนดอกคูณ

    Re: การดูแลผิวพรรณด้วยน้ำหมัก

    ตั้งหัวข้อ  อู๊ดดี้ on Sat Oct 15, 2011 1:50 pm

    หนูแดง พิมพ์ว่า: [size=18]Very Happy Very Happy หนูแดงใช้น้ำหมักของมะเขือเทศผสมน้ำผึ้งใช้บำรุงหน้า เช้า-ก่อนนอน จร้า santa flower แล้วคุณอู๊ดดี๋ และสมาชิกท่านอื่น [size=18]ใช้น้ำหมักชนิดไหนกันบ้างค่ะ เข้ามาร่วมแชร์การหน่อยค่ะ sunny bounce [/size][/size]

    Wink ถึงว่าไงหน้าดูดีขึ้น อู๊ดดี้นะรึ อึ Shocked หลายๆอย่างจ๊ะ อิ กำลังทดลอง ไม่รู้จะยังไงยังไม่ลงตัวจ๊ะ ตอนนีิ้อู๊ดดี้ใช้ มังคุด ส้ม ไม่ได้รวมกันจ๊ะ หยิบได้อะไรใช้นั่นแหล่ะ เทห์ดี ( ว๊าว Exclamation ไม่ว่าตัวเองใช้มัวเนอะ) และเราก็ตามด้วยน้ำมันมะพร้าวซื้อจากคุณป้าเช็งจ๊ะ ทำเองไม่ได้เพราะไม่มีสูตรจ๊ะ เราไม่เพิ่งครีม โฟม มาเป็นเดือนกว่าล่ะ หน้าก็อึม โอเค เสียอย่างเดียวดำหน๊อย 1 เราถามแม่มีไรก็บอกเราว่า หนูก็ใช้น้ำมังคุดเช็ดสิ ++ของเราก็ใช้ก่อนนอน ( หากไม่ลิม)และเช้าจ๊ะ สุดท้ายก็ตามด้วยแป้งฝุ่นเด็กจ๊ะ sunny flower

    อู๊ดดี้
    สมาชิกทั่วไป
    สมาชิกทั่วไป

    จำนวนข้อความ: 775
    Join date: 08/05/2011
    ที่อยู่: เมืองขอนแก่น ดินแดนดอกคูณ

    Re: การดูแลผิวพรรณด้วยน้ำหมัก

    ตั้งหัวข้อ  อู๊ดดี้ on Sat Oct 15, 2011 1:53 pm

    thanita พิมพ์ว่า:เพิ่งปั่นรวมไป ก็มีขมิ้น หางจระเข้หมัก มะเฟือง มะเขือเทศ น้ำหมักมังคุด
    น้ำมะขามป้อมนิดหน่อย + น้ำมันมะรุม ค่ะ เอาไว้ล้างหน้า
    lol! bounce ใช้ส่วนไหนปั่นจ๊ะ บอกป้าอู๊ดดี้ด้วยชิ น้องอายอาย ป้าจะได้สวยบ้าง ป้าแดงกะแม่จ๋านำหน้าป้าอู๊ดดี้ไปโน้นแหล่ะ sunny flower

    thanita
    สมาชิกทั่วไป
    สมาชิกทั่วไป

    จำนวนข้อความ: 408
    Join date: 14/06/2011
    ที่อยู่: ปากช่อง นครโคราช

    Re: การดูแลผิวพรรณด้วยน้ำหมัก

    ตั้งหัวข้อ  thanita on Sat Oct 15, 2011 8:04 pm

    อู๊ดดี้ พิมพ์ว่า: lol! bounce ใช้ส่วนไหนปั่นจ๊ะ บอกป้าอู๊ดดี้ด้วยชิ น้องอายอาย ป้าจะได้สวยบ้าง ป้าแดงกะแม่จ๋านำหน้าป้าอู๊ดดี้ไปโน้นแหล่ะ sunny flower [/color]

    อิ อิ กลุ่มตัวอย่างยังไม่มากพอ
    เลยยังบ่การันตี ว่าดีบ่เ้ด้อค่ะ

    ขมิ้นน่ะยังไม่ได้หมัก เลยใช้หัวมันโล้ดปั่น(พี่ที่บ้านสวนพอเพียงว่าใช้ได้)
    ขมิ้น กะลังจะหมักหาได้แล้วหกโล
    หางจระเข้ ก็เอาทั้งวุ้นสด และน้ำ + เนื้อ ที่หมักไว้
    มะเฟืองทั้งน้ำทั้งเนื้อเลยอันนี้หมักไว้แล้ว
    น้ำหมักมังคุด เอาน้ำหมัก + เปลือกที่หมักไว้เลย ปั่นบ่ได้ละเอียดเท่าใดค่ะ
    น้ำมะขามป้อมน่ะ เอาแต่น้ำที่หมักไว้จ้า
    อย่าถามสูตรเด้อ ว่าอัตราส่วนเท่าไหร่ บ่ได้จำเลย

    พ่ออายอาย หน้าบาง เลยใส่น้ำมันมะรุมที่เคี่ยวไว้ไปด้วย
    เเห็นบอกว่าหน้าลื่นไม่ตึง ไม่แสบไม่แพ้ คุณเธอเลยใช้เป็นสบู่ไปเลย
    แม่หน้าด้านหน่อย Laughing Laughing Laughing ใช้ผสมน้ำนิดหน่อย ก็รู้สึกว่าดีอยู่ค่ะ
    ใช้มาสามสี่วันแล้ว ถ้าดีไงจะมารายงานผลน๊า


    hansli2008
    สมาชิกทั่วไป
    สมาชิกทั่วไป

    จำนวนข้อความ: 69
    Join date: 08/05/2012

    Re: การดูแลผิวพรรณด้วยน้ำหมัก

    ตั้งหัวข้อ  hansli2008 on Mon May 28, 2012 12:14 pm

    thanita พิมพ์ว่า:
    อู๊ดดี้ พิมพ์ว่า: lol! bounce ใช้ส่วนไหนปั่นจ๊ะ บอกป้าอู๊ดดี้ด้วยชิ น้องอายอาย ป้าจะได้สวยบ้าง ป้าแดงกะแม่จ๋านำหน้าป้าอู๊ดดี้ไปโน้นแหล่ะ sunny flower [/color]

    อิ อิ กลุ่มตัวอย่างยังไม่มากพอ
    เลยยังบ่การันตี ว่าดีบ่เ้ด้อค่ะ

    ขมิ้นน่ะยังไม่ได้หมัก เลยใช้หัวมันโล้ดปั่น(พี่ที่บ้านสวนพอเพียงว่าใช้ได้)
    ขมิ้น กะลังจะหมักหาได้แล้วหกโล
    หางจระเข้ ก็เอาทั้งวุ้นสด และน้ำ + เนื้อ ที่หมักไว้
    มะเฟืองทั้งน้ำทั้งเนื้อเลยอันนี้หมักไว้แล้ว
    น้ำหมักมังคุด เอาน้ำหมัก + เปลือกที่หมักไว้เลย ปั่นบ่ได้ละเอียดเท่าใดค่ะ
    น้ำมะขามป้อมน่ะ เอาแต่น้ำที่หมักไว้จ้า
    อย่าถามสูตรเด้อ ว่าอัตราส่วนเท่าไหร่ บ่ได้จำเลย

    พ่ออายอาย หน้าบาง เลยใส่น้ำมันมะรุมที่เคี่ยวไว้ไปด้วย
    เเห็นบอกว่าหน้าลื่นไม่ตึง ไม่แสบไม่แพ้ คุณเธอเลยใช้เป็นสบู่ไปเลย
    แม่หน้าด้านหน่อย Laughing Laughing Laughing ใช้ผสมน้ำนิดหน่อย ก็รู้สึกว่าดีอยู่ค่ะ
    ใช้มาสามสี่วันแล้ว ถ้าดีไงจะมารายงานผลน๊า

    สวัสดีค่ะแม่จ๋าน้องอายอาย ชื่อลูกสายน่ารักเนอะ รบกวนถามวิธีทำน้ำมันมะรุม อยากลองทำดูบ้าง พี่อัจฉราสมาชิกใหม่ค้า ขอบคุณหลายล่วงหน้าเด้อ(กลัวลืม Smile

    thanita
    สมาชิกทั่วไป
    สมาชิกทั่วไป

    จำนวนข้อความ: 408
    Join date: 14/06/2011
    ที่อยู่: ปากช่อง นครโคราช

    การสกัดน้ำมันมะรุมแบบพื้นบ้าน

    ตั้งหัวข้อ  thanita on Mon May 28, 2012 2:47 pm

    การสกัดน้ำมันมะรุมแบบพื้นบ้าน

    การสกัดน้ำมันมะรุมแบบพื้นบ้านทำได้โดย 2 วิธี:

    1.สกัดน้ำมันมะรุมโดยการเคี่ยว โดยการนำเมล็ดมะรุมแก่มาบดให้ละเอียด
    แล้วนำไปใส่กระทะ เติมน้ำสองเท่าของเนื้อเมล็ดมะรุมที่บด
    แล้วนำไปตั้งไฟให้เดือดแล้วหรี่ไฟลง หลังจากนั้นก็เคี่ยวกับไฟพออ่อน ๆ จนน้ำแห้ง
    แล้วกรองแยกเอาน้ำมันมะรุมมาบรรจุขวด

    2.สกัดน้ำมันมะรุมโดยการต้ม นำเมล็ดมะรุมมาบดให้ละเอียด นำไปใส่หม้อเติมน้ำให้ท่วม
    ต้มให้เดือดห้านาที แล้วยกลงจากเตา นำมากรองด้วยผ้าขาวบาง
    แล้วใส่ภาชนะทรงสูงทิ้งไว้ข้ามคืนเพื่อปล่อยให้น้ำมันแยกตัวเป็นชั้น
    จากนั้นจึงตักน้ำมันมากรองใส่ขวดเก็บไว้ ส่วนกากมะรุมที่เหลือนำไปทำปุ๋ยอินทรีย์ได้

    ข้อมูลจาก
    http://moringa-miracle-tree.blogspot.com/2009/10/blog-post.html

    ลุงหมอ
    ผู้ก่อตั้ง
    ผู้ก่อตั้ง

    จำนวนข้อความ: 6118
    Join date: 20/11/2010

    Re: การดูแลผิวพรรณด้วยน้ำหมัก

    ตั้งหัวข้อ  ลุงหมอ on Mon May 28, 2012 6:16 pm

    thanita พิมพ์ว่า:การสกัดน้ำมันมะรุมแบบพื้นบ้าน

    การสกัดน้ำมันมะรุมแบบพื้นบ้านทำได้โดย 2 วิธี:

    1.สกัดน้ำมันมะรุมโดยการเคี่ยว โดยการนำเมล็ดมะรุมแก่มาบดให้ละเอียด
    แล้วนำไปใส่กระทะ เติมน้ำสองเท่าของเนื้อเมล็ดมะรุมที่บด
    แล้วนำไปตั้งไฟให้เดือดแล้วหรี่ไฟลง หลังจากนั้นก็เคี่ยวกับไฟพออ่อน ๆ จนน้ำแห้ง
    แล้วกรองแยกเอาน้ำมันมะรุมมาบรรจุขวด

    2.สกัดน้ำมันมะรุมโดยการต้ม นำเมล็ดมะรุมมาบดให้ละเอียด นำไปใส่หม้อเติมน้ำให้ท่วม
    ต้มให้เดือดห้านาที แล้วยกลงจากเตา นำมากรองด้วยผ้าขาวบาง
    แล้วใส่ภาชนะทรงสูงทิ้งไว้ข้ามคืนเพื่อปล่อยให้น้ำมันแยกตัวเป็นชั้น
    จากนั้นจึงตักน้ำมันมากรองใส่ขวดเก็บไว้ ส่วนกากมะรุมที่เหลือนำไปทำปุ๋ยอินทรีย์ได้

    ข้อมูลจาก
    http://moringa-miracle-tree.blogspot.com/2009/10/blog-post.html

    :cheers: Very Happy Laughing ดีละครับ ช่วยกัน แบ่งปันความรู้ น้องอายอาย เก่ง ใจดีจัง santa ลุงหมอ

    hansli2008
    สมาชิกทั่วไป
    สมาชิกทั่วไป

    จำนวนข้อความ: 69
    Join date: 08/05/2012

    Re: การดูแลผิวพรรณด้วยน้ำหมัก

    ตั้งหัวข้อ  hansli2008 on Mon May 28, 2012 7:28 pm

    ลุงหมอ พิมพ์ว่า:
    thanita พิมพ์ว่า:การสกัดน้ำมันมะรุมแบบพื้นบ้าน

    การสกัดน้ำมันมะรุมแบบพื้นบ้านทำได้โดย 2 วิธี:

    1.สกัดน้ำมันมะรุมโดยการเคี่ยว โดยการนำเมล็ดมะรุมแก่มาบดให้ละเอียด
    แล้วนำไปใส่กระทะ เติมน้ำสองเท่าของเนื้อเมล็ดมะรุมที่บด
    แล้วนำไปตั้งไฟให้เดือดแล้วหรี่ไฟลง หลังจากนั้นก็เคี่ยวกับไฟพออ่อน ๆ จนน้ำแห้ง
    แล้วกรองแยกเอาน้ำมันมะรุมมาบรรจุขวด

    2.สกัดน้ำมันมะรุมโดยการต้ม นำเมล็ดมะรุมมาบดให้ละเอียด นำไปใส่หม้อเติมน้ำให้ท่วม
    ต้มให้เดือดห้านาที แล้วยกลงจากเตา นำมากรองด้วยผ้าขาวบาง
    แล้วใส่ภาชนะทรงสูงทิ้งไว้ข้ามคืนเพื่อปล่อยให้น้ำมันแยกตัวเป็นชั้น
    จากนั้นจึงตักน้ำมันมากรองใส่ขวดเก็บไว้ ส่วนกากมะรุมที่เหลือนำไปทำปุ๋ยอินทรีย์ได้

    ข้อมูลจาก
    http://moringa-miracle-tree.blogspot.com/2009/10/blog-post.html

    :cheers: Very Happy Laughing ดีละครับ ช่วยกัน แบ่งปันความรู้ น้องอายอาย เก่ง ใจดีจัง santa ลุงหมอ
    ขอบคุณมากๆๆค่ะแม่น้องอายอาย พี่จะทดลองทำผลเป็นไงจะแจ้งนะจ๊ะ น้องอายอาย น่ารักมาก

    ลุงหมอ
    ผู้ก่อตั้ง
    ผู้ก่อตั้ง

    จำนวนข้อความ: 6118
    Join date: 20/11/2010

    Re: การดูแลผิวพรรณด้วยน้ำหมัก

    ตั้งหัวข้อ  ลุงหมอ on Mon May 28, 2012 9:35 pm

    Very Happy Laughing Smile บำรุงผิว สูตรดีๆกันทุกคนเลย cheers ผิวพรรณที่ดีควรมีความชุ่มชื้น เต่งตึง ไม่แห้งผาก ผิวพรรณที่แห้งผากจะทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น แก่ก่อนวัย เป็นฝ้า เป็นโรคทางผิวหนังได้ง่าย ซึ่งผิวพรรณจะเต่งตึงได้จาก ๓ องค์ประกอบได้แก่ น้ำ ซึ่งเป็นองค์ประกอบของเซลล์ถึงร้อยละ ๙๕ สารชุ่มชื้นตามธรรมชาติ ซึ่งผิวหนังสร้างขึ้นและ น้ำมัน ซึ่งผิวหนังจะมีกลไกการสูญเสียน้ำโดยมีการสร้างไขมันธรรมชาติปกป้องไม่ให้น้ำระเหยไปจากผิวหนัง (ครีมหรือไขมันตามธรรมชาติไม่ได้ไปเพิ่ม) การล้างหน้าด้วยน้ำร้อน การล้างหน้าบ่อย เกินความจำเป็น การล้างหน้าด้วยสบู่ที่มีความสามารถในการทำความสะอาดสูงๆ ล้วนทำให้ไขมันและสารที่ให้ความชุมชื้นตามธรรมชาติสูญเสียไป
    Shocked ผิวพรรณสะท้อนสุขภาพภายใน ความแข็งแรงและกลไกของผิวหนังขึ้นกับเลือด น้ำเหลืองที่มาหล่อ- เลี้ยง ดังนั้น ความเครียด อาหาร การออกกำลังกาย พฤติกรรมสุขภาพ ล้วนแล้วแต่มีผลต่อความงามของผิวพรรณ รวมถึงกรรมพันธุ์ก็มีส่วนสำคัญต่อการเป็นคนผิวแห้ง ผิวมัน ได้เช่นกัน sunny ของหาง่ายๆข้างตัวไว้ก่อนแตกกวา มะเขือเทศ งาขาว - งาดำ ส้ม มะนาว มะขามเปรี้ยว สัปปะรส กล้วย แครอท มะม่วง ผักโขม วุ้นหางจรเข้ อะหงุ่น แอ๊ปเปิ้ล อโควาโด้ น้ำผึ้งผสมใช้ปั่น หรือหมัก วุ้นที่ได้มา cheers ปั่น ทา พอกผิว ชั้น 1 เลยจ้า จำไม่ใหว? lol! (เ้อาง่ายๆ ผลไม้กินได้ ทุกๆชนิด) นำเสนอ นิดหน่อยพอ?

    Rolling Eyes Wink พวกถั่ว งา จะมีน้ำมันห้ามหมักดิบๆ ต้อง นึ่งต้มให้สุกเสียก่อน? หรือทานเป็นอาหารไปเลยจะ สดวกกว่า?

    cherry การใช้ว่านหางจระเข้
    ใช้วุ้นว่านหางจระเข้ทาบริเวณที่เป็นสิว จะทำให้สิวยุบตัว และไม่เป็นแผลเป็น
    ใช้เจลจากใบสดๆ ตัดเป็นชิ้นขนาดพอดีกับ เปลือกตา วางทับบนเปลือกตารักษาผิวบริเวณดวงตา บวมช้ำ
    ใช้วุ้นว่านหางจระเข้ล้วนๆ ทาที่ใบหน้าทิ้งไว้เพื่อบำรุงผิว (สำหรับคนหน้าแห้งอาจจะผสมกับครีมทาหน้าทั่วไปก็ได้) ซึ่งจะช่วยแก้ไขรอยหมองคล้ำ ทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้น ลบรอยเหี่ยวย่น ใช้เป็นประจำจะลดรอยแผลเป็นจากสิว รักษาฝ้า จุดด่างดำบนใบหน้า
    ใช้ทาบนผิวหน้าในลักษณะของโทนเนอร์เพื่อป้องกันแสงอัลตราไวโอเลต หรือเป็นรองพื้นสำหรับคนที่ผิวมันซึ่งทำให้แต่งหน้าลำบาก ใช้วุ้นว่านหางจระเข้ทาให้ทั่วใบหน้า เสร็จแล้วแต่งหน้าตามปกติ ทำให้เครื่องสำอางบนใบหน้าไม่ลบเลือนง่าย
    ใช้พอกหน้าเพื่อแก้ปัญหาผู้ที่มีรูขุมขนกว้าง โดยใช้ว่านหางจระเข้ ๓ ส่วน น้ำผึ้ง ๑ ส่วน น้ำมะนาว ๑ ส่วนผสมให้เข้ากัน พอกหน้าทิ้งไว้ ๒๐ นาที จึงล้างออก จะช่วยสมานรูขุมขนและทำให้ผิวหน้านุ่มเนียนขึ้น
    ใช้ทำเป็นครีมล้างหน้า ครีมพอกหน้า เช่น ใช้วุ้น ว่านหางจระเข้ ผสมน้ำนม ทิ้งไว้สัก ๑๐-๑๕ นาทีแล้ว ล้างออก บำรุงผิว ลดการเกิดสิว หรือใช้วุ้นว่านหางจระเข้ ร่วมกับสมุนไพรตัวอื่น เช่น ว่านหางจระเข้ ๖ ส่วน บัวบก ๒ ส่วน รำข้าวสาลี ๒ ส่วน นม ๐.๕ ส่วน น้ำผึ้ง ๐.๕ ส่วน ซึ่งแล้วแต่สภาพผิว ถ้าผิวแห้งก็ใส่นมมาก ถ้า ผิวมันก็ลดปริมาณนมแล้วเพิ่มปริมาณน้ำผึ้ง นำส่วนผสมมาปั่นผสมกัน พอกหน้าทิ้งไว้สัก ๑๐-๑๕ นาที นวดคลึงเบาๆ ผิวหน้าจะสดใส ลบรอยแผลเป็นและ จุดด่างดำ ให้พอกสม่ำเสมอสัปดาห์ละประมาณ ๑ ครั้ง

    bom การใช้มะเขือเทศ
    ฝานมะเขือเทศวางบนใบหน้าสักครู่ จะช่วยทำให้ใบหน้าสะอาด และดูเต่งตึงเปล่งปลั่งขึ้น
    มะเขือเทศปั่นผสมกับข้าวโอ๊ตหรือรำข้าว พอกหน้า ทิ้งไว้ ๑๕-๒๐ นาทีแล้วล้างออก
    เนื้อมะเขือเทศสุกบดละเอียด ลูบไล้ปลายหางตาจะลดการเหี่ยวย่น ป้องกันการเกิดริ้วรอยตีนกา ต้องทำทุกวันจึงจะเห็นผล
    มะเขือเทศสุกบดละเอียด ผสมน้ำนมสด เป็น beauty mask พอกหน้าทิ้งไว้ ๑๕-๒๐ นาทีแล้วล้างออก พอกเป็นประจำจะทำให้ผู้ที่มีหน้าดำเป็นจุดๆ ค่อยๆ ขาวขึ้น ช่วยทำให้ผิวหน้าสะอาดขึ้น

    Wink การเตรียมฝรั่ง
    เลือกฝรั่งที่สดและไม่สุกจนเกินไป เอาเฉพาะส่วน ที่เป็นเนื้อ ไม่ใช้เมล็ด ควรหั่นเป็นชิ้นเล็กก่อนปั่น และต้อง เติมน้ำลงไปจำนวนหนึ่งทุกครั้งในการปั่น เพราะฝรั่งมีน้ำอยู่น้อย

    การใช้ฝรั่ง
    เนื้อฝรั่งหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ๑ ถ้วย น้ำ ๑_๒ ถ้วย น้ำผึ้ง ๑_๔ ถ้วยปั่นจนเป็นเนื้อครีม นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ ๑๐- ๑๕-๒๐ นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดทำทุกวันก่อนเข้านอน หน้าจะสดใส เกลี้ยงเกลาและนวลเนียนขึ้น

    geek การเตรียมแตงกวา
    หั่นแตงกวาสดๆ ตามขวางบางๆ วางให้ทั่วใบหน้า
    หั่นแตงกวาแล้วปั่นกรองคั้นเอาแต่น้ำเก็บไว้ใช้ทา ไม่ควรเก็บไว้นานเกิน ๒ วัน
    นำแตงกวาปอกเปลือก ๔ ส่วน กลีเซอรีน ๓ ส่วน น้ำ ๑ ส่วน ปั่นเข้าด้วยกัน กรอง เก็บน้ำไว้ใช้ได้ประมาณ ๑ ปี นำสารสกัดแตงกวานี้ไปผสมกับเนื้อครีมหรือโลชัน ประมาณ ๒-๔ ช้อนชาต่อครีมหรือโลชัน ๑๐๐ มิลลิลิตร
    flower การใช้แตงกวา
    ใช้แตงกวาสดๆ ฝานเป็นชิ้นบางๆ วางให้ทั่วใบหน้าที่ทำความสะอาดแล้ว ทำบ่อยๆ จะทำให้ใบหน้า ดูผุดผ่อง เปล่งปลั่งขึ้น และยังช่วยรักษาฝ้าบนใบหน้า ได้อีกด้วย
    ใช้น้ำแตงกวามาทาใบหน้าเป็นประจำจะช่วยลดจุดด่างดำ รอยฝ้าที่เกิดจากการผจญแสงแดดและมลพิษ ระหว่างวัน และช่วยบำรุงผิว
    ใช้แตงกวาสดปั่นละเอียด ๒-๓ ผล ผสมกับน้ำผึ้ง ๑_๔ ถ้วย หรือนมสด ๑_๒ ถ้วย ปั่นให้ละเอียด นำมาพอก หน้า ทิ้งไว้ ๑๐ นาที แล้วล้างออก ก่อนนอนทุกวัน เหมาะกับคนผิวแห้ง จะทำให้ผิวหน้านุ่มนวลขึ้น
    ใช้แตงกวาปั่นละเอียด ๒-๓ ผล โดยผสมกับไข่ขาวดิบตีจนฟู ๑ ฟอง น้ำมะนาว ๑ ช้อนชา ผสมจนเป็น เนื้อเดียวกัน นำมาพอกทิ้งไว้ ๑๐-๑๕ นาที ลดความมันบนใบหน้าสำหรับคนผิวมัน และยังช่วยกำจัดสิวเสี้ยน ทำให้หน้าเกลี้ยงเกลาขึ้น
    ใช้แตงกวาฝานเป็นแว่นแปะที่ดวงตา แตงกวาสดจะมีเอนไซม์ย่อยเซลล์ที่ตายแล้ว ทำให้เซลล์บริเวณรอบดวงตาเย็น การเกร็งตัวของกล้ามเนื้อลดลง ริ้วรอยน้อยลง
    ใช้แตงกวาสดใหม่ทั้งผลปั่นละเอียด ผสมน้ำผึ้งพอเหลว นำมาพอกหน้า ทิ้งไว้สักครู่ และล้างออกด้วยน้ำอุ่น เนื้อแตงกวาจะช่วยย่อยโปรตีนชั้นนอกที่หยาบกร้านและเกรียมแดดให้หลุดออกมาได้ และยังช่วยทำให้ผิวหนังชุ่มชื้นขึ้น ไม่แห้งแตกเป็นขุย

    jocolor การเตรียมมะม่วง
    ปอกเปลือกออก เลือกใช้เฉพาะส่วนที่เป็นเนื้อ

    การใช้มะม่วง
    ใช้สำหรับคนเป็นฝ้า นำเนื้อมะม่วงสุกมายีหรือ ปั่น แล้วนำไปพอกให้ทั่วหน้า ทิ้งไว้จนรู้สึกว่าแห้งจึงล้างออก จะทำให้หน้าขาวและนุ่มนวลขึ้น มะม่วงสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว

    queen บัวบก Centella asiatica L.
    สร้างเซลล์ใหม่ ทำให้เซลล์แข็งแรง ลดอาการบวมคั่ง (decogestion) กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อของผิวหนัง
    บัวบกเป็นสมุนไพรที่มีชื่อเสียงในการรักษาแผลมาอย่างยาวนาน ทำให้แผลหายเร็วและไม่เป็นแผลเป็น โดยการที่บัวบกไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสทินซึ่งเป็นส่วนประกอบของผิวหนัง จากการที่มีสารพวกไตรเทอร์พีน เช่น asiaticoside, madecassoside, asiatic, madecassic, madisiatic acids เป็นต้น

    นอกจากนี้ ยังมีสารฟลาโวนอยด์เสริมสรรพคุณในการลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง สารในบัวบกเหล่านี้ยังทำให้การไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดเล็กๆ ดีขึ้น จึงมีประโยชน์ต่อผิวหนังหลายด้าน เช่น เป็นการทำให้เซลล์ได้รับอาหารมากขึ้น เซลล์แข็งแรงขึ้น ลดอาการบวมคั่ง แก้ปัญหาผิวหนังที่มีลักษณะเป็นผิวส้ม

    การเตรียมบัวบก
    บัวบกเป็นสมุนไพรที่ขึ้นกับดิน ต้องเลือกตัดเอาเฉพาะส่วนที่เหนือดิน แล้วนำมาล้างให้สะอาด บัวบกมีลักษณะเหนียว ถ้านำไปปั่นในเครื่องปั่นทั้งต้นโดยไม่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ก่อนและจะต้องมีน้ำอยู่ด้วย มิเช่นนั้นจะทำให้เครื่องปั่นทำงานหนักและมีปัญหาได้

    การใช้บัวบก
    ใบบัวบกส่วนที่เหนือดินตัดรากออก ๑ กำมือหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ น้ำสะอาด ๒-๓ ช้อนโต๊ะ อาจจะเติมน้ำผึ้งลงไปสัก ๑ ช้อนชา ปั่นให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกันพอกก่อนเข้านอนทิ้ง ไว้ ๑๕-๒๐ นาทีแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด พอกได้ทุกวัน จะทำให้ผิวหน้าอ่อนเยาว์ สดใส ไร้รอยแผลเป็น
    albino แครอต Daucus carota L.
    ทำให้ผิวหนังเรียบลื่น ควบคุมการสร้างไขมันของต่อมไขมัน ทำให้เซลล์แข็งแรง ป้องกันผิวจากอนุมูลอิสระ ทำให้หน้าขาวขึ้น
    แครอตเป็นผักที่มีวิตามินและเกลือแร่สูงมาก ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่าแครอตเป็นสมุนไพรผู้พิทักษ์ผิวที่ดีที่สุดชนิดหนึ่ง เนื่องจากแครอตมีสารเพกติน กรดอะมิโน ซึ่งเป็นสารอาหารและสร้างฟิล์มบางเพื่อทำให้ผิวเรียบลื่นและสดชื่นทั้งยังมีสารโปรวิตามินเอ และวิตามินซีซึ่งมีประโยชน์ในการต้านอนุมูลอิสระ

    นอกจากนี้ วิตามินซี วิตามินเอ แมกนีเซียม เหล็ก แมงกานีส ทองแดงซึ่งจำเป็นต่อการสร้างอีลาสทินและคอลลาเจน ส่วนวิตามินในกลุ่มของวิตามินบีและโปร-วิตามินเอจะช่วยในการควบคุมการสร้างไขมันจากต่อมไขมัน แครอตยังช่วยให้หน้าขาวขึ้นจากสารบีตาแคโรทีน

    วิธีเตรียมแครอต
    ปอกเปลือกออกก่อนที่จะหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปปั่น ซึ่งในการปั่นจะต้องมีน้ำอยู่เล็กน้อยให้พอปั่นได้

    วิธีใช้แครอต
    แครอตหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ๑ ถ้วยผสม น้ำครึ่งถ้วย เพียงสองอย่างหรือเติมน้ำผึ้งแท้ ๑_๔ ถ้วย (สำหรับคนหน้าแห้ง) หรือไข่ขาว ๑ ฟอง (สำหรับคนหน้ามัน) ลงไป ปั่นรวมกันให้ละเอียด พอกทิ้งไว้ ๑๕-๒๐ นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดทำทุกวันก่อนเข้านอน หน้าจะสดใส เต่งตึงและขาวขึ้น
    แครอตต้มสุกนำมาบดให้ละเอียด พอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ ๑๕-๒๐ นาที
    lol! สับปะรด Ananas comosus (Linn.) Merr.
    กำจัดเซลล์ที่ตายแล้ว (keratolysis) ป้องกันผิวจากอนุมูลอิสระ ลดการ อักเสบ
    สับปะรดเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าต่อความงามของผิวพรรณจากการที่สับปะรดมีเอนไซม์ papain ช่วยย่อยเซลล์ที่ตายแล้ว ของชั้นผิวหนังให้หลุดออกมา มีประโยชน์ ต่อผู้ที่มีสิวหัวดำอุดตันที่ใบหน้า ทำให้ผิวพรรณสดใสขึ้น สับปะรดยังมีสรรพคุณในการช่วยลดการอักเสบและยังมีวิตามินเอ วิตามินซี ช่วยต้านอนุมูลอิสระและมีเกลือแร่อีกหลายชนิดช่วยทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น

    การเตรียมสับปะรด
    นำสับปะรดมาปอกเปลือกออก หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ปั่นให้ละเอียด

    การใช้สับปะรด
    น้ำสับปะรด ๑ ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง ๒ ช้อนโต๊ะ น้ำสะอาด ๓ ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน ล้างหน้าให้สะอาด พอกให้ทั่วบริเวณใบหน้า ยกเว้นปากและดวงตา ทิ้งไว้ประมาณ ๑๕-๒๐ นาทีแล้วออก
    ใช้น้ำที่คั้นได้จากผลสับปะรด นำมาชโลมผิวหน้า ทิ้งไว้พอแห้งแล้วล้างออก จะทำให้หน้าเนียนนุ่ม เนื่องจากสิ่งสกปรกและเซลล์ผิวชั้นนอกสุดถูกย่อยและขจัดออกไป
    clown การเตรียมมะขาม
    การใช้มะขามให้ใช้มะขามเปรี้ยวสุก (มะขามหวานใช้ไม่ได้เพราะกรดผลไม้มีน้อย)
    น้ำคั้นมะขามเปียกที่ดีมีคุณภาพ ต้องได้จากการ คั้นมะขามเปียกสดใหม่ และใช้ทันที ถ้าเก็บในตู้เย็นต้องไม่เกิน ๑ สัปดาห์ ถ้าหากจะกวนเก็บไว้ใช้นานๆ ต้องกวนจนเกือบแห้งซึ่งมักจะกวนใส่นมหรือน้ำผึ้งก็ได้

    การใช้มะขาม
    มะขามเปียก ๑ กำมือ นมสด ๑ ถ้วย น้ำผึ้ง ๑ ช้อนโต๊ะ
    นำเนื้อมะขามเปรี้ยวสุก ไม่ต้องแกะเมล็ดปั้นเป็น ก้อนกลม ห่อด้วยผ้าขาวบาง ฟอกขัดตัวเมื่ออาบน้ำ จะทำให้ผิวที่คล้ำด้วยแดด หรือลม เป็นผิวที่นวลผ่อง
    น้ำมะขามเปียกผสมน้ำพอเจือจางล้างหน้าเป็น ประจำ ช่วยขจัดความมันบนใบหน้า และสิวให้หลุดออกไปอย่างหมดจด
    คั้นน้ำมะขามเปียกพอข้น ทาบริเวณที่เกิดฝ้า อาจพอกไว้แล้วลูบไล้ด้วยมือเบาๆ ครั้งละ ๑๐-๑๕ นาที เช้า เย็น เป็นเวลา ๓ สัปดาห์ จะทำให้ฝ้าด่างดำถูกลบเลือนไปจนหมด สำหรับคนผิวแห้งควรผสมนมสดชนิดจืดลงไปด้วย ไขมันและโปรตีนจากนมสดจะช่วยรักษาความชุ่มชื้นไว้ในผิวได้เป็นอย่างดี

    ใช้มะขามเปียกที่แกะเมล็ดแล้วขนาดประมาณ ๑ กำมือ นมสด ๑ กล่อง ขยำเข้ากัน กรองด้วยตะแกรง เพื่อเอาซังมะขามออก นำไปเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ พอใกล้งวด เติมน้ำผึ้งลงไป ๑ ช้อนโต๊ะ อาจเติมขมิ้นชันลงไปประมาณ ๑/๔ ช้อนชา (ระวังอย่าใส่มากเกินไปจะทำให้หน้าเหลือง) เคี่ยวต่อจนงวด แต่อย่าให้ข้นเกิน สังเกตว่ายังสามารถแตะขึ้นมาได้ง่าย เสร็จแล้วบรรจุลงในกระปุกสะอาด ถ้าไม่เปิดเลยจะอยู่ได้ประมาณ ๖ เดือน ใช้ล้างหน้าทุกวันทำให้หน้าขาวขึ้น
    tongue การเตรียมกล้วย
    ใช้ส่วนที่เป็นเนื้อกล้วยบดหรือปั่น

    การใช้กล้วย
    ใช้กล้วย ๑ ผล น้ำผึ้ง ๑ ช้อนชาสำหรับคนผิวแห้งหรือน้ำส้มหรือน้ำมะนาว ๑ ช้อนชาสำหรับคนผิวมัน ปั่น ผสมให้เข้ากัน จนละเอียดพอกให้ทั่วหน้า รวมทั้งลำคอ ทิ้งไว้ทิ้งไว้ ๑๕-๒๐ นาที จะทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้น เรียบลื่น เต่งตึง ลบรอยเหี่ยวย่น
    ใช้กล้วย ๑ ผล ผสมน้ำมันมะกอก ๑ ช้อนชา นำมาปั่น ผสมให้เข้ากัน พอกหน้าจนถึงลำคอ ทิ้งไว้ ๑๕-๒๐ นาที แล้วจึงล้างออก เหมาะกับคนหน้าแห้ง จะทำให้ใบหน้าชุ่มชื้น เต่งตึง ลบรอยเหี่ยวย่น
    ใช้กล้วยน้ำว้าสุกปอกเปลือก บดให้เหลว แล้วทาให้ทั่วผิวหน้า ทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออก จะช่วยให้ผิวหน้าสะอาดนุ่ม ชุ่มชื้น
    farao การเตรียมมะนาว
    คั้นเอาแต่น้ำมะนาว ควรใช้สดๆ ไม่ควรทิ้งไว้นาน ไม่ควรใช้น้ำมะนาวโดยตรงในการทาผิวหน้า เพราะถ้าใช้เข้มข้น จะทำให้หน้าเหี่ยวย่นได้

    การใช้มะนาว
    ใช้น้ำมะนาว ๕-๖ หยดลงในน้ำ ๑ แก้ว ใช้ล้างหน้า จะทำให้ผิวหนังเนียนนุ่ม
    ใช้น้ำมะนาว ๑ ช้อนชา น้ำส้มคั้น ๑ ช้อนชา โยเกิร์ต ๓๐ มิลลิลิตร ผสมในอัตราส่วนที่เท่าๆ กันแล้วทาให้ทั่วหน้า ทิ้งไว้ ๑๐-๑๕ นาทีแล้วล้างออก จะทำให้สดใส ลบรอยกระ จุดด่างดำ
    ใช้น้ำมะนาว ๑ ช้อนชา ไข่ขาว ๑ ฟอง ดินสอพอง ๔-๕ เม็ดนำมาผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน พอกหน้าทิ้งไว้ ๑๕-๒๐ นาที เหมาะสำหรับคนที่หน้ามันเพื่อลดความมันบนใบหน้า
    ใช้น้ำมะนาว ๑/๒ ช้อนชา ไข่แดง ๑ ฟอง ผิวส้มบด ๑/๒ ช้อนชา พอกหน้าไว้สัก ๑๐-๑๕ นาที สำหรับคนที่ผิวซีดเซียวจะทำให้ผิวเปล่งปลั่งสดใสขึ้น
    ใช้น้ำมะนาวผสมน้ำประมาณร้อยละ ๑-๒ แล้วเอาน้ำมะนาวเจือจางนั้นมาผสมกับน้ำมันมะกอก คนตีแรงๆ เร็วๆ แล้วเติมไข่แดงลงไป ๑ ช้อน เอาไปทาหน้าแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆ เหมาะสำหรับคนหน้าแห้ง หรือหน้าธรรมดา ส่วนคนผิวมันที่ไม่เหมาะจะใช้ไข่แดงหรือน้ำมันมะกอก ก็ให้ใช้สบู่แทน จะเป็นสบู่เหลวหรือสบู่ก้อนก็ได้ตัดมานิดหน่อย มาตีให้เข้ากับน้ำมะนาวเจือจางใช้ทาแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆ แล้วตามด้วยน้ำเย็น
    Basketball ตำลึง Coccinia indica Wight & Arn
    แก้อักเสบ เพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวหนังสดชื่น ป้องกันผิวจากอนุมูลอิสระ
    ตำลึงอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี เกลือแร่ และสารต้านการอักเสบ มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรค คนโบราณนิยมใช้สมุนไพรแก้สิวและพอกหน้าเพื่อทำให้ผิวหน้าสดใส ปัจจุบันอุตสาหกรรมเครื่องสำอางในไทยและญี่ปุ่นเริ่มที่จะนำยอดอ่อนและมือเกาะของตำลึงมาเป็นส่วนผสมในครีมบำรุงผิว เพราะเชื่อมั่นในคุณสมบัติพิเศษจากสารธรรมชาติที่มีอยู่ในสมุนไพรชนิดนี้

    การเตรียมตำลึง
    เลือกแต่ใบตำลึงสด ถ้าใช้ตำลึงตัวผู้โบราณว่าจะได้ผลกว่าใบตำลึงตัวเมีย และต้องล้างให้สะอาด (เพราะตำลึงมักจะมีตัวบุ้งอยู่) ก่อนที่จะนำมาปั่นเป็นครีมหรือคั้นเอาน้ำ

    การใช้ตำลึง
    ใช้ใบตำลึงสดคั้นเอาแต่น้ำ ชุบสำลีแปะบนหัวสิวสักครู่ ประมาณ ๕-๑๐ นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำบ่อยๆ สิวอักเสบจะหายได้และไม่มีรอยแผลจากหัวสิวด้วย
    ใช้ใบตำลึงประมาณ ๑ กำมือ น้ำสะอาด ๒-๓ ช้อนโต๊ะ ปั่นเข้าด้วยกันจนเป็นครีม นำข้าวสาร (ถ้าเป็นข้าวกล้องได้ก็ดี) ๒ ช้อนชาไปแช่น้ำจนนิ่ม นำไปบดให้ละเอียด แล้วนำไปผสมกับครีมตำลึง นำไปพอกหน้าทิ้งไว้จนแห้ง จึงล้างออก จะช่วยกำจัดพิษบนใบหน้า แก้สิว ทำให้ผิวหน้าชุ่มชื่น หรือหากไม่สะดวกในการ เตรียมข้าวสาร จะใช้ครีมตำลึงอย่างเดียวก็ได้

    silent pale ข้อควรรู้เกี่ยวกับการใช้สมุนไพร
    สมุนไพรทุกอย่างอาจมีบางคนที่แพ้ได้ การทดสอบว่าแพ้หรือไม่ให้นำส่วนผสมที่จะใช้ทาที่ท้องแขนก่อน เพราะผิวหนังบริเวณนี้จะเป็นส่วนที่บางกว่าหน้า ทิ้งไว้สักพักหนึ่งถ้าไม่เกิดอาการแสบร้อน มีผื่น ถือว่าไม่แพ้ การใช้สมุนไพรเพื่อที่จะได้ผลต้องมีการใช้อย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง จึงจะเห็นผล ตำรับต่างๆ ในการใช้สมุนไพรเพื่อความงามส่วนใหญ่เป็นผลไม้หรือผักที่ไม่ได้ตายตัว สามารถที่ปรับได้ ผสมสูตรขึ้นมาใหม่ได้ตามชนิดผลไม้หรือผักที่มีอยู่ ระยะเวลาในการทำหรือพอกก่อนล้างออกนั้นไม่ได้ตายตัว ขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละคน คนที่ผิวแพ้ง่ายควรใช้เวลาน้อยกว่า และการใช้ในช่วงแรกไม่ควรพอกหรือทาทิ้งไว้นานๆ โดยเฉพาะตำรับที่มีกรดผลไม้ (ที่มักมีในมะขาม มะนาว สับปะรด) ซึ่งต้องมีการปรับตัวในการใช้ช่วงแรกๆ ต้องใช้ปริมาณน้อยๆ และในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนใช้ เช่น ถ้าใช้มะขามล้างหน้า ในช่วงแรกอาจจะต้องล้างออกทันทีประมาณ ๑ สัปดาห์ ก่อนทาหรือพอกทิ้งไว้ สามารถปรับตามสภาพของผิว เช่น ผิวแห้ง ควรใช้ น้ำนมโยเกิร์ต ไข่แดง ผิวมัน ใช้น้ำมะนาวหรือน้ำส้ม ไข่ขาว ส่วนน้ำผึ้งสามารถเติมลงไปได้ทุกสภาพผิว
    affraid cheers ลองๆดูนะครับ ชอบไรก็ จัดไปโลด? cherry santa ลุงหมอ สวนโพธิ

    thanita
    สมาชิกทั่วไป
    สมาชิกทั่วไป

    จำนวนข้อความ: 408
    Join date: 14/06/2011
    ที่อยู่: ปากช่อง นครโคราช

    Re: การดูแลผิวพรรณด้วยน้ำหมัก

    ตั้งหัวข้อ  thanita on Tue May 29, 2012 10:29 am

    ขอบพระคุณสำหรับสูตรเพิ่มเติม
    หนูจะได้ย้ายไปที่ทำงานใหม่ วันที่่ 1 มิถุนายนนี้ค่ะ
    คงจะไม่ย้ายไปไหนแล้ว ก็จะศึกษา ทดลองเพิ่มเติมค่ะ

    ถึงจะย้ายไป แต่ก็ภูมิใจ
    ที่อยู่ที่นี่ มีคนดีขึ้นเพราะน้ำหมัก น้ำหยดหลายคน
    เดี๋ยวนี้ หนูเผยแพร่สูตรหมัก
    ได้เยอะเลยค่ะ เนื่องจาก ความสวยความงามนี่แหละค่ะ นำเลย
    หลายคนเห็นดี จากที่ให้ไปใช้ หน้าใสขึ้น
    เครื่องสำอางแพง ๆ ยังสู้ไม่ได้เลย
    จะมาขอใหม่ บอกว่าให้ไปหมักก่อน ไม่งั้นไม่ให้



    มีคนนึงอายุเยอะแล้วค่ะ
    หอบหืดเป็นมา 20 ปี ต่อมลูกหมากโตมาประมาณ 8 ปี
    มีจุดดำเท่าเม็ดถั่วที่ปอด เพิ่งตรวจเจอ เมื่อสองเดือนก่อน
    กินน้ำหมักน้ำหยดไปประมาณสองเดือนไปตรวจอีกครั้ง
    ดีขึ้นทุกอย่างเลยค่ะ จุดดำที่ปอดก็กลายเป็นผังผืดไปค่ะ

    กราบขอบพระคุณ ความรู้ ที่ลุงหมอ แนะนำ
    น้ำหยดน้ำหมักที่ลุงหมอให้

    คงเป็นอานิสงค์นี้ร่วมด้วย หนูจึงไ้ด้ย้ายไปที่ทำงานใหม่
    ทีแรก หนูคิดว่า คงไม่ได้ย้ายไปที่นี่แล้วล่ะ

    เพราะมีคนเขียนย้ายไปที่นี่หลายคนมาก sunny



    น้ำ เย็นใจ
    สมาชิกทั่วไป
    สมาชิกทั่วไป

    จำนวนข้อความ: 293
    Join date: 24/06/2011

    Re: การดูแลผิวพรรณด้วยน้ำหมัก

    ตั้งหัวข้อ  น้ำ เย็นใจ on Tue May 29, 2012 11:53 am

    กราบขอบพระคุณลุงหมอค่ะที่มอบสิ่งดีๆให้เสมอค่ะLaughing



    และขอแสดงความยินดีกับคุณแม่น้องอายอายนะคะ ด้วยอานิสงค์แห่งความดีทำให้สมประสงค์ตามที่ใจปรารถนาค่ะ..ยินดีด้วยค่ะ cheers

    จริงอย่างคุณตาว่าต้องใช้ความสวยงามนำจึงสนใจกัน แต่ร้อยละ 90 ตั้งใจจะขออย่างเดียวไม่หมักมีข้ออ้างมาสารพัดค่ะ ฟังแล้วอ่อนใจจังค่ะ ไม่ให้ก็มีเคืองค่ะ เลยต้องใจอ่อนไปเรื่อยค่ะtongue

    thanita
    สมาชิกทั่วไป
    สมาชิกทั่วไป

    จำนวนข้อความ: 408
    Join date: 14/06/2011
    ที่อยู่: ปากช่อง นครโคราช

    Re: การดูแลผิวพรรณด้วยน้ำหมัก

    ตั้งหัวข้อ  thanita on Tue May 29, 2012 1:20 pm

    น้ำ เย็นใจ พิมพ์ว่า:กราบขอบพระคุณลุงหมอค่ะที่มอบสิ่งดีๆให้เสมอค่ะLaughing



    และขอแสดงความยินดีกับคุณแม่น้องอายอายนะคะ ด้วยอานิสงค์แห่งความดีทำให้สมประสงค์ตามที่ใจปรารถนาค่ะ..ยินดีด้วยค่ะ cheers

    จริงอย่างคุณตาว่าต้องใช้ความสวยงามนำจึงสนใจกัน แต่ร้อยละ 90 ตั้งใจจะขออย่างเดียวไม่หมักมีข้ออ้างมาสารพัดค่ะ ฟังแล้วอ่อนใจจังค่ะ ไม่ให้ก็มีเคืองค่ะ เลยต้องใจอ่อนไปเรื่อยค่ะtongue

    ขอบคุณค่ะ คุณน้ำ

    แถวนี้มะเขือเทศเยอะมาก ไปเก็บมาหมักได้ฟรีเลย
    ช่วงที่เค้าเลิกเก็บขายแล้ว
    เจ้ามะเขือเทศนี่ก็ช่วยเรื่องความสวยความมากกกกกกก

    เห็นผลหลายราย

    มีหลายคนที่บอกว่าจะไม่หมัก
    แต่ตอนนี้ก็หมักแล้วค่ะ
    นอกจากจะไม่ให้แล้ว
    ก็ไปบอกคนที่มีไม่ให้ด้วย
    เหมือนใจร้าย แต่ก็ต้องทำค่ะ

    แต่ถ้าใครหมักแล้ว
    ระหว่างรออายุหมักได้
    มาขอแบ่งปัน ก็ให้ค่ะ tongue


    น้ำ เย็นใจ
    สมาชิกทั่วไป
    สมาชิกทั่วไป

    จำนวนข้อความ: 293
    Join date: 24/06/2011

    Re: การดูแลผิวพรรณด้วยน้ำหมัก

    ตั้งหัวข้อ  น้ำ เย็นใจ on Tue May 29, 2012 4:35 pm

    thanita พิมพ์ว่า:
    น้ำ เย็นใจ พิมพ์ว่า:กราบขอบพระคุณลุงหมอค่ะที่มอบสิ่งดีๆให้เสมอค่ะLaughing



    และขอแสดงความยินดีกับคุณแม่น้องอายอายนะคะ ด้วยอานิสงค์แห่งความดีทำให้สมประสงค์ตามที่ใจปรารถนาค่ะ..ยินดีด้วยค่ะ cheers

    จริงอย่างคุณตาว่าต้องใช้ความสวยงามนำจึงสนใจกัน แต่ร้อยละ 90 ตั้งใจจะขออย่างเดียวไม่หมักมีข้ออ้างมาสารพัดค่ะ ฟังแล้วอ่อนใจจังค่ะ ไม่ให้ก็มีเคืองค่ะ เลยต้องใจอ่อนไปเรื่อยค่ะtongue

    ขอบคุณค่ะ คุณน้ำ

    แถวนี้มะเขือเทศเยอะมาก ไปเก็บมาหมักได้ฟรีเลย
    ช่วงที่เค้าเลิกเก็บขายแล้ว
    เจ้ามะเขือเทศนี่ก็ช่วยเรื่องความสวยความมากกกกกกก

    เห็นผลหลายราย

    มีหลายคนที่บอกว่าจะไม่หมัก
    แต่ตอนนี้ก็หมักแล้วค่ะ
    นอกจากจะไม่ให้แล้ว
    ก็ไปบอกคนที่มีไม่ให้ด้วย
    เหมือนใจร้าย แต่ก็ต้องทำค่ะ

    แต่ถ้าใครหมักแล้ว
    ระหว่างรออายุหมักได้
    มาขอแบ่งปัน ก็ให้ค่ะ tongue


    ดีจังค่ะคุณตา มะเขือเทศที่กรุงเทพอาทิตย์ก่อนถามโลละ 25 ค่ะ จะหมักอะไรส่วนใหญ่ต้องซื้อแทบทุกอย่างค่ะ แต่เพื่อสุขภาพและความงามยอมค่ะ..สู้..สู้ albino

    thanita
    สมาชิกทั่วไป
    สมาชิกทั่วไป

    จำนวนข้อความ: 408
    Join date: 14/06/2011
    ที่อยู่: ปากช่อง นครโคราช

    Re: การดูแลผิวพรรณด้วยน้ำหมัก

    ตั้งหัวข้อ  thanita on Tue May 29, 2012 5:20 pm

    เมื่อหลายวันก่อนก็ไปเก็บมะนาวโห่(ต้นหนามแดง)มาหลายโลเลยค่ะ
    เพราะเค้าให้ไปเก็บเอาเอง แลกกะน้ำหมักมะเขือเทศ + มะเฟือง
    หนาม + ยาง เยอะ แต่สรรพคุณเพียบ
    อย่างนี้ต้อง "หมัก"

    นี่ย้ายแล้ว จะมาเก็บได้อีกป่ะเนี่ยยยย Laughing

      เวลาขณะนี้ Wed Sep 03, 2014 1:56 pm