โรคตับอ่อนอักเสบ ?

    Share
    avatar
    ลุงหมอ
    ผู้ก่อตั้ง
    ผู้ก่อตั้ง

    จำนวนข้อความ : 6808
    Join date : 20/11/2010

    โรคตับอ่อนอักเสบ ?

    ตั้งหัวข้อ  ลุงหมอ on Thu Apr 23, 2015 11:31 pm

    Very Happy Laughing Rolling Eyes ถามมา...โรคตับอ่อนอักเสบ ? ถ้า ป่วย หรือเป็นอยู่ ให้ เบื้องต้น ทาน ชมิ้นชันสดๆก่อนอาหาร และ หรือ เมื่อ อืดปวดท้อง ควรทาน 3 - 4 เวลาละครับ คุมอาหาร งดเค็ม มัน หวาน เพื่อให้ตีับพัก ทำงานน้อยลง *-* ทานน้ำหยดมหาบำบัติ 2 หยด ผสมน้ำ 1 แก้ว +ทานสมุนไพรเจียวกู่หลานล้างพิษ +ลดใขมัน น้ำตาลในเลือด อยากให้ หา ฝักคูน+ขมิ้น ต้มน้ำทานครับจะ บำรุงตับ
    โรคที่เกิดกับตับอ่อนที่พบได้บ่อยที่สุด ได้แก่ โรคตับอ่อนอักเสบ ซึ่งนพ.รุจาพงศ์ อธิบายว่า เป็นภาวะที่น้ำย่อยในตับอ่อนไม่สามารถไหลผ่านท่อของตับอ่อนได้ ทำให้เกิดการย่อยเนื้อเยื่อของตัวตับอ่อนเอง ส่งผลให้เกิดการอักเสบขึ้น เมื่อมีการอักเสบหลายครั้งเข้าก็จะกลายเป็นการอักเสบแบบเรื้อรัง และจะเริ่มมีหินปูนไปเกาะที่ตับอ่อน ทำให้ตับอ่อนมีขนาดเล็กลง สมรรถภาพในการทำงานลดลง
    “การอักเสบของตับอ่อนแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดคือ การอักเสบแบบเฉียบพลัน และการอักเสบแบบเรื้อรัง โดยผู้ป่วยจะมีอาการอักเสบแบบเฉียบพลันก่อน หากโรคไม่หายขาดหรือกลับมาเป็นอีกเพราะสาเหตุยังคงอยู่ ก็จะกลายเป็นการอักเสบแบบเรื้อรัง”
    ในการอักเสบแบบเฉียบพลันนั้น ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องอย่างมากและปวดตลอดเวลา โดยจะปวดร้าวไปทางด้านหลังเหมือนโดนมีดแทงนอกจากนี้ยังอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย แต่ก็เป็นไปได้ที่ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีอาการปวดเลยแต่พบได้น้อยมาก ส่วนการอักเสบแบบเรื้อรัง ผู้ป่วยอาจปวดท้องไม่มากแต่มักมีอาการอื่น ๆ ตามมา เช่น ปวดท้องเรื้อรัง ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ เกิดโรคเบาหวาน ท้องเสียเรื้อรังเพราะไม่สามารถย่อยไขมันได้ ถ่ายอุจจาระมีไขมันลอยอยู่ น้ำหนักลด มีอาการตาเหลืองตัวเหลือง เป็นต้น
    ปัจจัยการเกิดโรค
    การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักและนิ่วในถุงน้ำดีเป็นสาเหตุหลักของโรคที่พบได้มากที่สุด ส่วนสาเหตุอื่นๆ ได้แก่ ภาวะไตรกลีเซอไรด์สูง ผลข้างเคียงของยาบางชนิด โรคภูมิต้านตนเอง มีพยาธิหรือไวรัสบางอย่าง “มีประมาณร้อยละ 5 – 10 ที่เราไม่พบสาเหตุของโรค ผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงมีโอกาสกลับมาเป็นโรคได้อีก เพราะเราไม่รู้ว่าต้นเหตุคืออะไร” นพ. รุจาพงศ์กล่าว
    การวินิจฉัยและรักษา
    ผู้ป่วยโรคตับอ่อนอักเสบที่มีอาการไม่รุนแรงมักมาพบแพทย์ด้วยอาการปวดท้อง ท้องอืด เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ซึ่งการตรวจเลือดเพื่อดูเอนไซม์ของตับอ่อนที่ขึ้นสูง
    ร่วมกับการทำอัลตราซาวนด์และเอกซเรย์คอมพิวเตอร์จะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยได้ว่ามีอาการตับอ่อนอักเสบหรือไม่
    เมื่อพบว่าผู้ป่วยมีอาการตับอ่อนอักเสบ แพทย์จะทำการรักษาโดยให้ งดน้ำ งดอาหาร เพื่อหยุดการทำงานของตับอ่อน ร่วมกับการให้ยาลดอาการปวด และให้น้ำ 24 - 48 ชั่วโมงเพราะผู้ป่วยจะมีอาการของภาวะขาดน้ำ ในกรณีที่มีการอักเสบมากจนเกิดการเน่าตายของเนื้อเยื่อตับอ่อน จะมีโอกาสติดเชื้อสูง แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะและอาจต้องทำการผ่าตัดเพื่อเปิดเข้าไปล้างทำความสะอาด
    “โรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันสามารถรักษาให้หายขาดได้ ถ้าตรวจพบสาเหตุของโรค เช่น พบว่ามีนิ่วในถุงน้ำดีเราก็ผ่าตัดออกไป ดังนั้นถ้าตรวจพบเร็วและไม่มีโรคแทรกซ้อน โรคนี้ถือเป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตต่ำ ส่วนโรคตับอ่อนอักเสบเรื้อรังที่ยังหาสาเหตุไม่ได้นั้น ผู้ป่วยจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยงที่โรคอาจพัฒนาไปเป็นโรคอื่น ๆ เช่น เบาหวาน หรือมะเร็งในตับอ่อนได้”
    มะเร็งตับอ่อน
    แม้จะพบไม่บ่อยนักในประเทศไทย แต่จำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็งตับอ่อนก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด ขณะที่องค์การอนามัยโลกรายงานว่ามะเร็งตับอ่อนเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตสูงเป็นอันดับเจ็ดของการเสียชีวิตจากมะเร็งทั่วโลกและเป็นอันดับสี่ในสหรัฐอเมริกา
    อาการและสาเหตุ
    มะเร็งตับอ่อนจัดเป็นมะเร็งชนิดร้ายแรงเนื่องจากตรวจพบได้ยากและอาการในระยะแรกไม่จำเพาะ ผู้ป่วยอาจมาพบแพทย์ด้วยอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสียเบื่ออาหาร ตัวเหลือง หรือไม่มีอาการเลยก็ได้ แต่พบจากการตรวจสุขภาพทั่วไปที่แพทย์เกิดข้อสงสัยจากผลการตรวจเลือด และแนะนำให้ทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
    สำหรับสาเหตุของโรคนั้น ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจน แต่งานวิจัยพบว่าการสูบบุหรี่ การรับประทานอาหารที่มีไขมันสัตว์ในปริมาณสูงรวมถึงความผิดปกติทางพันธุกรรม อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคได้ เช่นเดียวกับผู้ป่วยโรคตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง หรือผู้ป่วยที่มีถุงน้ำในตับอ่อน
    การรักษา
    การผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกเป็นวิธีการรักษาที่ดีที่สุด ซึ่งทำได้ในกรณีที่ตรวจพบเร็วและมะเร็งยังไม่แพร่กระจาย
    “หลายครั้งที่กว่าจะพบ ผู้ป่วยก็เป็นมากแล้วคืออยู่ในระยะที่ไม่สามารถผ่าตัดได้และมีอัตราการรอดชีวิตต่ำ ดังนั้น เราจะแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ อาจจะทุก 6 เดือน หรือ 1 ปี” นพ.รุจาพงศ์ แนะนำในช่วงท้ายการเจ็บป่วยนั้น บางครั้งอาจยังไม่ทราบสาเหตุและไม่มีอาการบ่งชี้เฉพาะ อย่านิ่งนอนใจหากคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเพราะเรื่องของสุขภาพนั้นประมาทไม่ได้ ลุงหมอ? santa


    แก้ไขล่าสุดโดย ลุงหมอ เมื่อ Sun Jan 24, 2016 11:34 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง
    avatar
    ลุงหมอ
    ผู้ก่อตั้ง
    ผู้ก่อตั้ง

    จำนวนข้อความ : 6808
    Join date : 20/11/2010

    Re: โรคตับอ่อนอักเสบ ?

    ตั้งหัวข้อ  ลุงหมอ on Thu Jun 18, 2015 10:30 pm

    Very Happy Laughing Smile ลูกใต้ใบ สามารถแก้อาการปวดข้อ ไวรัสตับอักเสบฯลฯ
    ขับประจำเดือน สำหรับคุณผู้หญิงที่มีประจำเดือนมาไม่ปกติ ลูกใต้ใบ ยังเป็นยาชั้นดีในการช่วยขับประจำเดือนได้อีกด้วย โดยนำต้นลูกใต้ใบมาต้มกิน แต่หากประจำเดือนมามากกว่าปกติ ให้นำรากสดของลูกใต้ใบมาตำผสมกับน้ำซาวข้าวกินจะช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ ส่วนผู้ที่เป็นไข้ทับระดู ก็นำลูกใต้ใบทั้ง 5 มาล้างน้ำสะอาด นำมาตำผสมเหล้าขาว คั้นเฉพาะน้ำยามาดื่นครั้งละ 1 ถ้วยชา แก้อาการนมหลง สำหรับหญิงที่คลอดบุตรแล้วน้ำนมเกิดหยุดไหล หลังจากเคยไหลมาแล้ว จะเกิดอาการปวดเต้านม ซึ่งเรียกว่า อาการนมหลง ถ้าปล่อยไว้อาจกลายเป็นฝีที่นมได้ ให้นำลูกใต้ใบทั้ง 5 จำนวน 1 กำมือมาตำผสมเหล้าขาว คั้นเอาน้ำ ดื่ม 1 ถ้วยชา แล้วเอากากพอก ก็จะช่วยให้น้ำนมไหลออกมาได้
    แก้ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ที่อาจเกิดขึ้นได้จากอากาศที่เปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ ลูกใต้ใบ ยังสามารถแก้ไข้จากการอ่อนเพลีย ไข้จับสั่น ได้อีก
    แก้ปวด แก้อักเสบ แก้ร้อนใน นอกจากลูกใต้ใบจะสามารถแก้ไข้ได้แล้ว ยังมีงานวิจัยพบว่า ลูกใต้ใบสามารถแก้อาการปวดข้อ อาการอักเสบต่าง ๆ ได้
    แก้ปวดหลัง ปวดเอว ปวดเมื่อย โดยนำลูกใต้ใบมาล้างน้ำ และสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ ตากแดดให้แห้ง ต้มใส่หม้อดิน นำมาดื่มแทนน้ำชา
    บำรุงตับ ลดอาการตับอักเสบ หมอจีนเชื่อว่า การรับประทานลูกใต้ใบติดต่อกันนาน 1 สัปดาห์ จะช่วยกำจัดพิษออกจากตับ รักษาอาการดีซ่าน และช่วยบำรุงตับให้ดีขึ้น โดยจะนำลูกใต้ใบนี้ไปต้มกินเป็นยารักษาอาการดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง เนื่องจากมีผลวิจัยว่า สารสกัดจากลูกใต้ใบมีฤทธิ์ป้องกันไม่ให้ตับถูกทำลายจากสารพิษ เช่น เหล้า ช่วยรักษาอาการอักเสบของตับทั้งประเภทเฉียบพลันและเรื้อรัง เช่น ไวรัสตับอักเสบบี นอกจากนี้ยังช่วยปรับไขมันในตับให้เป็นปกติ และยังช่วยให้เซลล์มะเร็งตับเติบโตช้าลง แต่ไม่ได้ฆ่าเซลล์มะเร็งโดยตรง
    ควบคุมระดับน้ำตาล เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน เพราะมีการศึกษาวิจัยทางเภสัชวิทยาพบว่า สารสกัดของลูกใต้ใบมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ แต่มีข้อแนะนำสำหรับผู้ป่วยเบาหวานว่า ต้องรับประทานยาแผนปัจจุบันตามแพทย์สั่ง และหมั่นตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอด้วย
    ขับปัสสาวะ ขับนิ่ว ลดความดัน โดยหมอยาพื้นบ้านในแถบประเทศบราซิล สเปน นิยมนำลูกใต้ใบมาใช้ขับนิ่ว รักษานิ่วในถุงน้ำดีและนิ่วในไตได้ นอกจากนี้ยังนำลูกใต้ใบไปใช้รักษาอาการมีไข่ขาวในปัสสาวะ อาการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ ลดอาการบวม ช่วยคนที่เป็นโรคเก๊าท์ขับกรดยูริคออกทางปัสสาวะ
    รักษาแผล ในอินเดียนิยมนำลูกใต้ใบมาตำพอก หรือตำแล้วคั้นเอาน้ำมาทารักษาแผลสด แผลฟกช้ำ แต่หากเป็นแผลเรื้อรังจะใช้ใบตำผสมน้ำซาวข้าวมาพอกได้
    แก้คัน ตำใบของลูกใต้ใบผสมกับเกลือ แล้วนำมาทาจะช่วยแก้คันได้
    แก้เริม ใช้ลูกใต้ใบทั้งห้า ตำผสมกับเหล้าแล้วคั้นเอาน้ำยา จากนั้นใช้สำลีชุบน้ำยามาแปะตรงที่เป็นเริม เพื่อให้รู้สึกเย็น แล้วจะหายปวด
    แก้ฟกช้ำ แก้ฝี ใช้ต้นสด ๆ ตำผสมกับเหล้า แล้วนำมาพอกแก้ฟกช้ำ ปวดบวมได้
    ข้อควรระวัง? ในการใช้ ลูกใต้ใบ
    แม้ลูกใต้ใบจะมีสรรพคุณมากมาย และเพียงแค่นำมาต้มดื่มก็สามารถช่วยรักษาอาการต่าง ๆ ได้ แต่หนึ่งข้อที่ควรระวังก็คือ ห้ามใช้ลูกใต้ใบกับหญิงมีครรภ์ เพราะลูกใต้ใบมีสรรพคุณในการขับประจำเดือน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายกับหญิงมีครรภ์ได้ ลุงหมอ? santa

      เวลาขณะนี้ Wed Oct 18, 2017 7:55 pm