อาหารผู้ป่วย โรคตับ

    Share
    avatar
    ลุงหมอ
    ผู้ก่อตั้ง
    ผู้ก่อตั้ง

    จำนวนข้อความ : 6810
    Join date : 20/11/2010

    อาหารผู้ป่วย โรคตับ

    ตั้งหัวข้อ  ลุงหมอ on Sat Jan 17, 2015 11:45 pm

    Wink Rolling Eyes Very Happy โรคตับ นับเป็นโรคติดอันดับต้น ๆ ที่มีคนป่วยมากขึ้น สาเหตุสำคัญอีกอย่าง การดื่มเหล้าอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เป็นโรคตับแข็ง
    แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า คนทั่วไปจะไม่เสี่ยงภาวะตับอักเสบ
    พฤติกรรมการอุปโภคบริโภค รวมทั้งการมีสารเจือปน ในอากาศและอาหารมากมายในทุกวันนี้ิ ได้ทำให้คนส่วนใหญ่ กำลังสะสมสารพิษในตับมากมายโดยไม่รู้ตัว ที่บางคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน นั่นคือ การทานยาต่าง ๆ ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นตับพิการถึง 40% เพราะตับต้องย่อยสลายสารเคมี และนี่คือ 5 อาหารตัดตอนความป่วย ที่ช่วยเคลียร์การสะสมโรคภัยในตับที่มีผลต่อการเจ็บง่าย หายยากของโรคสุขภาพนานาชนิด
    ผู้ป่วยตับแข็ง ในระยะที่ตับยังสามารถทำงานได้ดี ควรรับประทานอาหารให้ครบหมวดหมู่ ตามหลักโภชนาการ และควรรับประทานอาหารพวกโปรตีน ประมาณวันละ 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หรือประมาณ 60 กรัมต่อวัน กรณีที่ผู้ป่วยเป็นตับแข็งระยะที่การทำงานของตับไม่ปกติ เช่น อาการตาเหลือง ตัวเหลือง(ดีซ่าน) มีท้องโตขึ้นจากการมีน้ำอยู่ในช่องท้อง(ท้องมาน) ขาบวม มีอาการผิดปกติทางสมอง ซึมลง การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีภาวะขาดสารอาหารอยู่แล้ว ควรมีจำนวนแคลอรี่ต่อวันมากขึ้น และต้องการสารอาหารโปรตีน ประมาณ 1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน หรือประมาณ 80 – 90 วันต่อวัน
    แต่ปัญหาผู้ป่วยมักกินโปรตีนมากไม่ได้ เพราะอาจกระตุ้นให้เกิดอาการทางสมอง จึงแนะนำให้กินมากเท่าที่ทนได้ หรือประมาณ 40 กรัมต่อวัน หรือกินอาหารโปรตีนที่ร่างกายสามารถทานได้เพิ่มขึ้น เช่น รับประทานพวกถั่วเหลือเสริม
    ผู้ป่วยตับแข็ง อาจมีน้ำในช่องท้อง จึงควรรับประทานอาหารรสจืด อย่าเติมเกลือ หรือน้ำปลามากไปควรหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจปนเปื้อนสารอะฟาท็อกซิน ได้แก่ พวกถั่วสิสงตากแห้ง พริกป่น ปลาเค็ม เพราะเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับ งดรับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ เพราะอาจติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้ช็อคและเสียชีวิตได้ ในกรณีที่ตับทำงานไม่ปกติแล้ว ควรรับประทานอาหารวันละ 4 – 7 มื้อ เพราะผู้ป่วยตับแข็ง งดอาหารช่วงกลางคืน 1 คืน จะเท่ากับคนปกติ งดอาหารไป 3 วัน
    *-* อาหารว่างอาจเป็นขนม ที่ทำจากถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้ใส่ไข่ต้ม โดยกินเฉพาะไข่ขาวหรือเต้าฮวย สาคูน้ำเชื่อม น้ำหวานไม่ผสมสีรับประทานอาหารวิตามินเอ วิตามินอี เพื่อเสริมการขาดวิตามินกลุ่มนี้ แต่ไม่ควรทานมากเกินไป เพราะจะเกิดการสะสมที่ตับ ถ้าผู้ป่วยไม่ขาดธาตุเหล็ก ก็ไม่ควรเสริมธาตุเหล็กเข้า เพราะจะทำให้มีการสร้างพังผืดในตับมากขึ้น งดหรือหลีกเลี่ยง เครื่องดืมแอลกอฮอล์ เพราะเสี่ยงต่อการแตกของเส้นเลือดโป่งพองในหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต
    *-* ซุปรวมเห็ดล้างไขมันในตับ
    เห็ดช่วยล้างสารพิษ ลดไขมันที่สะสมอยู่ในตับและกระแสเลือด
    ต่อต้านการก่อตัวของมะเร็ง ลดอนุมูลอิสระ การเกิดซีสต์ ถุงน้ำ เนื้องอก ช่วยสลายเยื่อพังผืดในช่องท้อง
    อุ้งเชิงกราน มดลูก ทั้งยังช่วยเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดขาว
    การกินเพื่อล้างพิษตับ ควรกินตั้งแต่สามชนิดร่วมกัน โดยนำมาแช่น้ำให้นิ่ม หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วต้มกับมะตูมแห้ง ใบเตย หรืออาจนำไปต้มกับสาหร่ายทะเล ทานแทนซุปร่วมกับอาหารในแต่ละมื้อ
    *-* ขมิ้นชันขับพิษสะสมในตับ
    ขมิ้นชันจะช่วยบำรุง ฟื้นฟู และล้างสารพิษออกจากตับได้ วิธีที่ง่ายที่สุด คือการกินในลักษณะแคปซูลบรรจุผงสกัด ในเวลาก่อนนอน ปริมาณ 5,000-8,000 มิลลิกรัมต่อวัน
    *-* เก๋ากี้ปกป้องตับยกระดับความแข็งแรง เก๋ากี้ มีเบต้าแคโรทีน กรดกำมะถัน เอมีน แคลเซียมธาตุเหล็ก วิตามินอี และวิตามินบี 2
    ซึ่งมีส่วนในการเสริมภูมิต้านทานโรค เพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาว ลดน้ำตาลและไขมันในเลือดป้องกันไขมันพอกตับ ช่วยให้ตับทำงานดีขึ้น วิธีการทานก็ง่ายแสนง่าย
    เพียงชงเก๋ากี๋แบบชาแล้วดื่มแทนน้ำทั้งวัน หรืออาจทำเป็นโจ๊ก หรือน้ำแกงได้
    อย่างตุ๋นกระดูกซี่โครงหมู ต้มฟัก
    *-* กะหล่ำปลีต่อต้านมะเร็งในตับ
    กะหล่ำปลีช่วยเพิ่มสารกลูตาไทโอน ที่ล้างพิษจากควันไอเสียและยาซึ่งทำให้ตับพิการได้
    และยังมีสารอินโดลฟลาโวนอยด์ คาร์บินอล ซัลฟาราเฟน กลูโคซิโนเลต เบต้าแคโรทีน
    กรดโฟลิก ช่วยต้านการก่อตัวของมะเร็ง บำรุงไต ชะล้างสารพิษ ทำความสะอาดลำไส้ บรรเทาอาการอักเสบจากแผลในสำไส้ บรรเทาอาการแน่นหน้าอก แก้ท้องผูก เจ็บคอ
    จุกเสียดแน่นท้อง นำมาผสมเป็นค็อกเทลสุขภาพโดยการคั้นสับปะรด แครอท
    กะหล่ำปลีเข้าด้วยกันบีบมะนาวเพิ่มลงไปแล้วดื่มทันที
    *-* มะขามป้อมแอนตี้ไวรัสตับ มะขามป้อมอุดมไปด้วยวิตามินซีมากกว่าแอปเปิ้ลถึง 160 เท่า และแม้จะถูกทำให้แห้งหรือแช่เย็นเป็นเวลานาน ๆ เท่าใด วิตามินซีก็จะยังคงอยู่ เพราะมะขามป้อมมีสารแทนนิน
    และโพลีฟีนอลที่ช่วยป้องกันการออกซิไดซ์ของวิตามินซี ซึ่งมะขามป้อมจะช่วยรักษาอาการ ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ป้องกันการเกิดพิษโลหะหนัก ต่อตับ และยับยั้งการเกิดมะเร็งตับได้ การทานมะขามป้อมนั้นก็ง่ายเช่นกัน โดยนำมาคั้นดื่มเหมือนน้ำผลไม้ทั่วไป
    geek jocolor santa

      เวลาขณะนี้ Sun Oct 22, 2017 3:18 pm